ก้าวสู่โรงเรียนนานาชาติสีเขียว

ผู้นำด้านการศึกษาสมัยใหม่ด้วยการส่งเสริมการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก หรือ Low Carbon Footprint

วิสัยทัศน์แรกของโรงเรียนนานาชาติกระบี่ คือต้องการเป็นโรงเรียนที่สามารถอยู่ได้ด้วยต้นเองแบบพอเพียงและเดินรอยตามไปพร้อมกับสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ มีภารกิจและจุดมุ่งหมายที่จะพัฒนาเป็นโรงเรียนนานาชาติสีเขียวที่ทันสมัยและสามารถพึ่งพาตนเองแบบพอเพียงได้ภายใน 5 ปี จากวันแรกที่เปิดโรงเรียนจนถึงวันนี้เป็

นระยะเวลาไม่ถึง 3 ปี เราเกือบจะบรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์แรกที่ได้ตั้งไว้ และกำลังก้าวไปสู่อีกขั้นโดยการผสมผสานนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาเป็นหัวใจของโรงเรียน โรงเรียนถือได้ว่าเป็นจุดศูนย์กลางของชุมชน และเราต้องการที่จะมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมที่เราอยู่เป็นโรงเรียนที่สามารถสร้างผลผลิตเกษตรอินทรีย์และผลิตพลังงานบริสุทธิ์ไปยังพื้นที่โดยรอบข้างโรงเรียนได้

ด้วยความช่วยเหลือของครอบครัว ‘Steenbergen’ จากนิวยอร์ก ทำให้วิสัยทัศน์ที่เรามีอยู่ชัดเจนและกลายเป็นจริงขึ้นได้ การร่วมมือกับโรงเรียนนานาชาติกระบี่เพื่อติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์จุดแรกของเราซึ่งจะเกิดขึ้นในเดือนเมษายน 2560 นี้ การยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือโรงเรียนในครั้งนี้ส่งผลให้ โรงเรียนนานาชาติกระบี่เปิดมอบการทุนการศึกษา Steenbergen แบบเต็มจำนวนเพิ่มขึ้นอีกจำนวน 1 ทุน  เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กไทยในละแวกใกล้เคียงที่ขาดทุนทรัพย์ได้มีโอกาสทางการศึกษาโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด  วิสัยทัศน์สูงที่สุดของเราคือการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อให้เป็นโรงเรียนที่สามารถอยู่ได้ด้วยตนเองแบบพอเพียง อย่างไรก็ตามการสร้างพลังงานไม่ได้เป็นเพียงเป้าหมายเดียวที่เราตั้งไว้ เรายังมีความต้องการที่จะมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และคนรุ่นต่อๆ ไป โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมด้านล่าง. ติดต่อ

Green School Krabi Thailand
solar
hydro
water recycle
recycle

พลังงานจากแสงอาทิตย์

จากการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ที่ผลิตพลังงานได้มากกว่า 18 กิโลวัตต์ ทำให้โรงเรียนนานาชาติกระบี่เป็นโรงเรียนแห่งแรกในประเทศไทยที่นำพลังงานจากแสงอาทิตย์มาใช้เป็นพลังงานหลักในโรงเรียน

ด้วยความอนุเคราะห์จากครอบครัว ‘Steenbergen’ จากนิวยอร์ก ที่ได้มอบเงินทุนให้โรงเรียนได้จัดหาและติดตั้งระบบพลังงาน 10kWp ร่วมกันกับบริษัท Solaris Green Energy Co., Ltd และบริษัท IBC SOLAR AG ได้บริจาคเพิ่มอีก 3kWp หลังจากนั้น เราได้เพิ่มจาก 13kWp เป็นระบบที่ผลิตพลังงานไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 18kWp

ในช่วงเวลาที่โรงเรียนเปิดการเรียนการสอนเป็นช่วงที่ทำให้เราสามารถผลิตพลังงานได้มากกว่าที่เราใช้ไปในแต่ละปี ปัจจุบันพลังงานแสงอาทิตย์ที่ผลิตได้ได้ถูกนำมาใช้เพื่อรองรับอุปกรณ์ที่จำเป็นภายในโรงเรียน รวมไปถึงเครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ที่ใช้ระบบประหยัดพลังงานแบบอินเวอเตอร์ อุปกรณ์ที่กินไฟ เช่นเครื่องปรับอากาศรุ่นเก่าแบบ non-invertor จะใช้พลังงานที่มาจากกริด

School Solar Panels

การกักเก็บน้ำฝน

Rain Water

ด้วยเราอาศัยอยู่ในประเทศในแถบเขตร้อน และประเทศไทยเราก็มีฝนตกชุกแม้กระทั่งในฤดูแล้ง เรามีความมุ่งมั่นที่จะใช้น้ำฝนที่ได้นี้ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยทั่วบริเวณโรงเรียนจะมีระบบดักและกักเก็บน้ำฝน มีรางน้ำยึดติดกับหลังคา ร่องน้ำเพื่อรองรับน้ำฝนที่ตกลงมาให้ไหลลงไปสู่อ่างเก็บน้ำหลักใกล้กับสนามกีฬาของโรงเรียน

อ่างกักเก็บน้ำ

อ่างเก็บน้ำหลักสำหรับกักเก็บน้ำฝนของเราสามารถกักเก็บน้ำฝนได้มากถึง 1,500,000 ลิตร ตั้งอยู่ริมสนามกีฬาซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต่ำที่สุดในโรงเรียน นอกจากนี้ยังมีอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กที่สามารถจุน้ำฝนได้ 600,000 ลิตรตั้งอยู่บริเวณที่เป็นพื้นที่สูงของโรงเรียนเพื่อให้มีแรงส่งสามารถกระจายน้ำไปตามจุดต่างๆ ของโรงเรียนได้ทั้งหมด

เมื่อสร้างอ่างเก็บน้ำหลักเสร็จสมบูรณ์เราจะเลี้ยงปลาเพื่อสร้างระบบนิเวศให้น้ำมีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสารอาหารและนำไปใช้ในบริเวณสวน และโรงผักไฮโดรโปนิกส์ของโรงเรียน การปฏิบัติเช่นนี้ถือได้ว่าเป็นการเกษตรอินทรีย์อย่างแท้จริง

ในระหว่างวันปั๊มน้ำที่ทำงานโดยพลังงานแสงอาทิตย์จะค่อยๆ สูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำหลักขึ้นไปเก็บในอ่างเก็บน้ำด้านบน ก่อนที่น้ำจะไปสู่อ่างกักเก็บด้านบนจะต้องผ่านตัวกรองน้ำเพื่อทำการแยกสิ่งปฏิกูลที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าออกเสียก่อน จากนั้นจะถูกปล่อยให้นำไปใช้ในฟาร์มหรือใช้สอยประโยชน์ทั่วไป ในเวลาเดียวกันน้ำที่จะส่งผ่านเข้าไปใช้ในอาคารจะผ่านตัวกรองอีกชั้นเพื่อให้ได้น้ำที่สะอาดสามารถนำประกอบอาหาร ดื่ม ได้อย่างปลอดภัย

reservoir

ฟาร์มผักไฮโดรโปนิกส์

hydroponics school farm

การทำฟาร์มแบบไฮโดรโปนิกส์จะช่วยลดปริมาณการใช้น้ำได้ถึงร้อยละ 80 เมื่อเทียบกับการเพาะปลูกแบบเดิมๆ  ณ ตอนนี้เรากำลังทดลองใช้เทคนิค NFT (Nutrient Flow Technique), Flood and Fill และระบบ Bato Bucket ผักชุดแรกที่เราปลูกแล้วคือมะเขือเทศ และในขณะนี้เรากำลังเริ่มทดลองปลูกแตงกวา ผักกาดหอม พริก มะเขือ มัน หอมใหญ่ และแครอท

เมื่อฟาร์มไฮโดรโปนิกส์ของโรงเรียนให้ผลผลิตได้อย่างเต็มที่ เราจะมีผลิตผลจากฟาร์มของเราเพื่อนำประกอบอาหารให้กับนักเรียนและพนักงานบริโภคในโรงเรียน หากมากเกินกว่าความต้องการเราจะเปิดจำหน่ายในพื้นที่ Café ของโรงเรียนเพื่อให้ผู้ปกครองหรือผู้มาเยือนสามารถซื้อนำกลับไปกระกอบอาหารที่บ้านได้

ลด ใช้ซ้ำ แปรรูปและนำกลับมาใช้ใหม่

เราปลูกฝังจิตสำนึกของพนักงานและนักเรียน โดยการสนันสนุนให้ครูและทีมงานลดการใช้กระดาษ น้ำ และทรัพยากรอื่นๆ ลดการใช้กระดาษและหันไปใช้โปรเจคเตอร์และเครื่องมือการเรียนรู้ออนไลน์อื่นแทน ในบริเวณพื้นที่โรงเรียนเรามีจุด สำหรับการส่งเสริมการแปรรูปและนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) และเมื่อซื้อสินค้าเราจะปฏิเสธรับถุงพลาสติก ซึ่งเป็นการแสวงหาวิธีแสดงความเคารพ ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมแนวใหม่ตลอดเวลา

สวนผลไม้

เรามีพื้นที่ขนาดใหญ่จัดเตรียมไว้สำหรับปลูกต้นไม้ที่มีประโยชน์ต่อสภาพแวดล้อมของโรงเรียน ต้นไม้ที่เราจะเลือกปลูกนั้นจะเป็นต้นไม้ที่มีคุณประโยชน์ต่อการศึกษา และสามารถให้ผลผลิตที่จะนำมาใช้เป็นอาหารได้ ในระหว่างนี้เรากำลังทำเส้นทางสำหรับการวิ่ง cross country ในสวนยาง ต้นยางกีดขวางเส้นทางวิ่งนี้จะถูกตัดนำมาแปรรูปเป็นฐานวางกระถางผักในโรงผักไฮโดรโปนิกส์ของเรา สำหรับต้นยางทุกๆ 1 ต้นที่โดนตัดจะได้รับการปลูกต้นผลไม้หรือต้นไม้อื่นที่มีประโยชน์อย่างน้อย 2 ต้นเพื่อเป็นการทดแทน

การออกแบบอาคารเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

อาคารเรียนของเราได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงประสิทธิภาพในการใช้พลังงานทุกขั้นตอน การวางตำแหน่งที่ตั้งของอาคารและแนวหลังคาได้ออกแบบมาเพื่อไม่ให้แสงแดดสามารถส่องเข้ามาในห้องเรียนได้โดยตรง ไม่ว่าพระอาทิตย์จะเคลื่อนที่ไปทางทิศไหนก็ตาม หน้าต่างที่กว้างและสูงของเราทำให้ห้องเรียนสว่างเต็มไปด้วยแสงธรรมชาติทำให้ห้องเรียนไม่ร้อนจนเกินไป

เครื่องปรับอากาศมีพร้อมใช้ทุกห้องเรียน แต่ไม่ได้ถูกใช้บ่อยมากนักเนื่องจากแต่ละห้องเรียนมีการบุฉนวนกันความร้อนบนหลังคาที่มีความหนาถึง 9 นิ้วช่วยป้องกันความร้อนจากดวงอาทิตย์ ฉนวนกันความร้อนนี้ยังช่วยกักความเย็นจากเครื่องปรัปอากาศเพื่อรักษาความเย็นภายในห้องเรียนด้วย

ส่งต่อความรู้ที่ได้มา

การส่งความรู้ที่เราได้มาต่อไปให้นักเรียนและคนรอบข้างนั้นถือเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบที่สำคัญของโรงเรียน เพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นได้นำพาความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาให้ดีกว่าเดิม โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ และทำตัวเองสอดคล้องเป็นหนึ่งเดียวกับสภาพแวดล้อมของโลก

การอบรมสั่งสอนทุกอย่างเกียวกับการใช้ชีวิตนั้นเป็นหน้าที่ที่สำคัญของเราในฐานะโรงเรียนผู้ให้ความรู้ รวมไปถึงการสอนวิธีการดูแลรักษาโลกใบนี้ที่เป็นบ้านหลังหลักของพวกเราทั้งหมดอีกด้วย

สมัครเดี๋ยวนี้